พี่สามารถcopy เลขพัสดุที่น้องส่งให้ ค้นหาที่ด้านล่างนี้ และกดปุ่มสีเหลือง(Check) เพื่อการติดตามพัสดุ

วีดีโอเปิดกระปุก กระเทียมดำ Benega แบบแกะเปลือก

สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ ของกระเทียมดำ 

  • Sallyl cysteine(SAC) ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดไขมันในเลือด ความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ ต้านอักเสบ ต้านมะเร็ง ปกป้องตับ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยป้องกันไม่ให้ผนังของหลอดเลือดชั้นในถูกทําลาย  
  • Flavonoids ต้านอนุมูลอิสระ เสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยการไหลเวียนโลหิต รักษาระดับน้ำตาลในเลือด ต้านการอักเสบ  ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง ชะลอการเสื่อมของสมอง
  • Sallylmelcaptocystein (SAMC) ต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง
  • Y-aminobutyric acid (GABA) มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการสื่อประสาท ยับยั้งการกระจายตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยให้ระดับความดันเลือดลดลง ป้องกันโรคความผิดปกติของระบบประสาท
  • Polyphenols ต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ ควบคุมความดันโลหิต ช่วยเผาผลาญพลังงาน ไขมัน ต้านโรคเบาหวาน ต้านแบคทีเรีย

ที่มา: มหาวิทยาลัยแม่โจ้ https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=1003

ตาราง สารสำคัญในกระเทียมดำเปรียบเทียบกับกระเทียมสด

ที่มา: มหาวิทยาลัยมหิดล คณะเภสัชศาสตร์ https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/450/

ประโยชน์ของกระเทียมดำ

1) ช่วยบำรุงสมอง และป้องกันโรคความผิดปกติของระบบประสาท เพราะกระเทียมดำมี สารY-Aminobutyric acid (GABA) ซึ่งเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่ทำหน้าที่ในระบบประสาทของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีคุณสมบัติบำรุงสมอง และป้องกันโรคความผิดปกติของระบบประสาท

2) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง กระเทียมดำมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้งานได้ง่าย  หากกินกระเทียมดำควบคู่ไปกับการรักษาทางการแพทย์ ก็จะทำให้ร่างกายมีการฟื้นฟูเร็วขึ้น

3) ช่วยบรรเทาอาการ ภูมิแพ้ทางจมูกหรือผิวหนัง จากการศึกษายังพบว่ากระเทียมดำยังมีสรรพคุณในการหยุดยั้งยีนซึ่งเป็นสาเหตุของอาการอักเสบและปฏิกิริยาภูมิแพ้ และยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันจากการมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระมาก กระเทียมดำยังถูกจัดเป็นปฎิชีวนะตามธรรมชาติซึ่งมีคุณสมบัติในการฆ่าแบคทีเรีย ไวรัส  เรื้อรา และเชื้อโรคโดยจะไม่ทำลายเซลล์จุลินทรีย์ในลำไส้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังเช่น ยาปฎิชีวนะทั่วไป

4) ช่วยลดไขมันในเลือด กระเทียมดำมีส่วนช่วยในการลดไขมันในเลือด จึงลดความเสี่ยงหลอดเลือดอุดตันได้ดี และช่วยป้องกันการเกิดลิ่มเลือดลดโอกาสการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด หัวใจวายหรือภาวะหลอดเลือดในสมองตีบตันได้เช่นกัน

5) ช่วยลดคลอเรสเตอรอล สารประกอบ S-allylcysteine (SAC) ที่ถูกสร้างขึ้นขณะบ่ม มีหน้าที่ช่วยในการปรับความสมดุลของคอเลสเตอรอล และมีงานวิจัยพบว่าช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งอีกด้วย อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญสารอาหารต่างๆ ให้ง่ายขึ้นได้ด้วย

6) ช่วยฟื้นฟูความเมื่อยล้า เพิ่มพลังงาน ทำให้การนอนหลับดีขึ้นทำให้ร่างกายเกิดความผ่อนคลาย ลดความเครียดได้ในระดับหนึ่ง จึงทำให้นอนหลับง่ายขึ้นและหลับสนิทตลอดคืนอีกด้วย  

7) ช่วยลดการหลั่งน้ำย่อย บรรเทาโรคกระเพาะ ลดการอักเสบในระบบทางเดินอาหาร ช่วยป้องกันไวรัส Norovirus สาเหตุของการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร

8) ช่วยลดความดันโลหิต กระเทียมดำมีส่วนช่วยในการลดความดันโลหิต ซึ่งจะทำให้ความดันอยู่ในระดับปกติมากขึ้น 

9) ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา กระเทียมดำสามารถยับยั้งป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราได้

10) ช่วยบำรุงผิวให้ดูอ่อนเยาว์ กระเทียมดำมีสารที่จะทำหน้าที่ในการต่อต้านริ้วรอย จึงช่วยบำรุงผิวให้ดูอ่อนเยาว์กว่าวัยและสามารถลดเลือนริ้วรอยให้ดูจางลงได้

11) ช่วยควบคุมโรคเบาหวาน สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในกระเทียมดำสามารถลดภาวะเครียดที่เกิดจากปริมาณน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้น มีประโยชน์ในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานต่างๆ สำหรับคนที่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน การกินกระเทียมดำก็จะช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายจากอาการป่วยได้อีกด้วย แม้จะไม่สามารถทำให้ผู้ป่วยหายขาดจากโรคเบาหวานได้ แต่ก็สามารถชะลออาการป่วยได้ในระดับหนึ่งและลดการกำเริบของโรคได้ดี โดยช่วยลดน้ำตาลในเลือด ลดภาวะต้านอินซูลิน เพิ่มการหลั่งอินซูลิน ลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน

12) ช่วยลดความเสียหายต่อตับที่เกิดจากการดื่มสุรา สารต้านอนุมูนอิสระที่มีประโยชน์ในกระเทียมดำสามารถลดการอักเสบ และเยียวยาความเสียหายของสุราที่เกิดต่อตับรวมถึงขจัดไขมันที่สะสมในตับได้

ที่มา: มหาวิทยาลัยแม่โจ้ https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=1003

วิธีรับประทานกระเทียมดำเพื่อสุขภาพ

แนะนำให้พี่ทานช่วงเช้าหรือหลังตื่นนอนในขณะที่ท้องว่าง เพียงวันละครั้ง ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกอยากแนะนำให้พี่ทานวันละ 2 หัวเพื่อปรับสมดุลย์ในร่างกาย และหลังจากนั้นแนะนำให้พี่ทานวันละ 1 หัว หรือพี่จะทาน 2 หัวต่อก็ได้เเพื่อต้องการให้เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน แต่จริงๆแล้ว 1 หัว ก็เพียงพอต่อร่างกายที่เราต้องการ เพราะกระเทียมดำของเราได้เข้าห้อง lab เพื่อตรวจสารอาหารเรียบร้อยแล้ว ว่า 1 หัวนั้นเพียงพอต่อร่างกายที่เราต้องการ

คำถามที่พบบ่อย(FAQ) เกี่ยวกับกระเทียมดำ Benega

1. คำถาม : กระเทียมดำแบบ “แกะเปลือก” และแบบ “ไม่แกะเปลือก” แตกต่างกันอย่างไร?

ตอบ : แตกต่างที่มีเปลือกกับแกะเปลือกเท่านั้นเองครับ ส่วนเรื่องคุณสมบัติสารอาหาร คุณภาพ และมาตรฐานต่าง ๆ นั้นเป็นมาตรฐานเดียวกัน จำนวนในการทานก็ทานเพียงวันละ 1 หัวเช่นเดียวกัน ส่วนรสชาตินั้นก็ใกล้เคียงกันแทบไม่มีอะไรต่างกันเลยครับ


2. คำถาม : มีผลข้างเคียงหรือสารตกค้างหรือไม่?

ตอบ : ไม่มีผลข้างเคียงหรือสารตกค้างครับ กระเทียมดำของเรามีมาตรฐานระดับโลกถึง 8 ใบ และมีมาตรฐานที่มีหนึ่งเดียวในไทยคือมาตรฐาน BRCS เป็นมาตรฐานที่ควบคุมอาหารตั้งแต่ขบวนการปลูก การผลิต และการบรรจุภัณฑ์ แบรนด์ Benega ของเรายังมีคุณหมอเป็นที่ปรึกษาดูแลประจำแบรนด์ด้วยครับ จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยและไม่มีสารตกค้างอย่างแน่นอนครับ เนื่องจากกระเทียมดำของเราได้เข้าห้องแลปในการตรวจสารตกค้างเรียบร้อยแล้ว ลูกค้าสามารถทานได้อย่างสบายใจเลย ว่าปลอดภัย ไร้สารตกค้าง และได้รับผลประโยชน์จากกระเทียมดำแบบเต็ม ๆ


3. คำถาม : ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะเห็นผล? 

ตอบ : ช่วง 7 วันถึง 10 วันแรก จะเริ่มเห็นผลเรื่องนอนหลับสนิทมากขึ้น ตื่นขณะกลางดึกน้อยลง หรือนอนได้ยาวนานขึ้น เนื่องจากกระเทียมดำนั้นมีสาร GABA สูง และสูงกว่าข้าวกล้องหลายเท่า และจะเห็นผลเรื่องระบบขับถ่ายดีมากขึ้น เนื่องจากกระเทียมดำเป็นพรีไบโอติก ที่มีอาสารอาหารจำนวนมาก

ช่วง 1 ถึง 3 เดือน จะเริ่มเห็นผลเรื่องความดัน เบาหวาน ไขมัน คอเลสเตอรอล ที่ดีมากขึ้น เนื่องจากกระเทียมดำนั้นมีสาร S-allyl cysteine(SAC), Flavonoids, S-allyl melcaptocystein (SAMC), Polyphenol, Y-aminobutyric acid (GABA) ที่ช่วยปรับสมดุลของความดัน เบาหวาน ไขมัน และคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับปกติ ซึ่งสารทั้งหมดนั้นเป็นสารจากธรรมชาติไม่ทำลายตับและไต


4. คำถา : ต้องทานวันละกี่หัว? ทานมากกว่า 1 หัวใน 1 วันได้หรือไม่?

ตอบ : กระเทียมดำ Benega ได้ผ่านการตรวจสอบในห้องแลปเพื่อตรวจสารอาหารเรียบร้อยแล้ว ได้ผลออกมาว่า ทานแค่เพียงวันละ 1 หัวก็เพียงพอต่อร่างกายที่เราต้องการ

และยังสามารถทานมากกว่าวันละ 1 หัวได้ โดยไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกาย แต่ไม่แนะนำให้ทานมากกว่า 5  หัวต่อวัน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดร้อนในได้ เพราะว่ากระเทียมดำ Benega ของเรานั้นบ่มมาเข้มข้นมากและใช้ระยะเวลาในการบ่มนานถึง 60 วันด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง และมาตรฐานระดับโลก


5. คำถา : ทานแทนยาได้ไหม?

ตอบ : ไม่แนะนำให้ทานแทนยาครับ แต่อยากให้คุณหมอเป็นคนลดปริมาณยาในการทานมากกว่า เมื่อร่างกายและสุขภาพเป็นปกติแล้ว คุณหมอก็จะเลิกจ่ายยาให้ลูกค้าทาน แต่ลูกค้าก็สามารถทานกระเทียมดำต่อเนื่องได้เพื่อบำรุงและดูแลสุขภาพต่อไป เพราะกระเทียมดำนั้นมีสารอาหารที่สูง สามารถช่วยต้านมลพิษ เสริมภูมิคุ้มกัน และต้านไวรัสได้อีกด้วย


6. คำถาม : ทำไม Benega ราคาแพงกว่าเจ้าอื่น?

ตอบ : ถ้าเทียบเป็นน้ำหนักต่อราคาของ Benega นั้นจะแพงกว่าเจ้าอื่น แต่ถ้าเทียบเป็นปริมาณในการทานต่อเดือนนั้น Benega จะถูกกว่าเจ้าอื่น เพราะว่ากระเทียมดำของเรานั้นทานในปริมาณที่น้อย เพียงแค่วันละ 1 หัว ซึ่งจะแตกต่างจากแบรนด์อื่น ที่ลูกค้าต้องทานวันหนึ่ง 4-6 หัว

สาเหตุที่ทำให้น้ำหนักของกระเทียมดำ Benega ของเรานั้นน้อยกว่า เป็นเพราะว่าระยะเวลาในการบ่มกระเทียมของ Benega แตกต่างแบรนด์อื่น กระเทียมดำของ Benega ใช้เวลาบ่มนานถึง 60 วัน ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง และมาตรฐานระดับโลก ทำให้ได้สารอาหารในกระเทียมดำที่สูง จึงไม่จำเป็นจะต้องทานเยอะ และระยะเวลาบ่มที่นานก็จะทำให้กระเทียมดำนั้นมีน้ำหนักเบาลง เช่นเดียวกับเนื้อสัตว์หรือผักผลไม้ที่ถูกนำไปควบคุมอุณหภูมิและควบคุมความชื้นในระยะเวลานาน

กระเทียมดำ Benega ผลิตและจำหน่ายอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง และแบรนด์ Benega เรายังมีคุณหมอเป็นที่ปรึกษาดูแลประจำแบรนด์ ลูกค้าไว้วางใจได้เลยว่า ราคาที่จ่ายมานั้นคุ้มค่าอย่างที่ไม่เคยจ่ายที่ไหนมาก่อน


7. คำถาม : เด็กทานได้ไหม? ต้องอายุเท่าไหร่ถึงจะทานได้?

ตอบ : เด็กสามารถทานได้ครับ เพราะว่ากระเทียมดำนั้นสารอาหารใกล้เคียงกันกับกระเทียมสด แต่แต่กระเทียมดำนั้นมีสารอาหารเข้มข้นกว่ากระเทียมสดถึง 13 เท่า และมีสารอาหารสำคัญที่กระเทียมสดไม่มีคือสาร S-allylcysteine (SAC) ในช่วงเริ่มต้นแนะนำให้ประมาณ 12 ปี จากทางอย. ที่แนะนำ ตรงส่วนนี้ถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามทาง Admin ได้เลยนะครับเดี๋ยวทาง Admin จะประสานงานและสอบถามกับคุณหมอโดยตรงให้ครับ

สอบถามเพิ่มเติม